เชิญชมสารคดีที่กองทัพเรือจัดทำเป็นพิเศษ “พระมหากรุณาธิคุณจารึกไว้ในราชนาวีตราบนิจนิรันดร์”

 

 

 

บริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน ไม่ไกลจากเขาชีจรรย์ ด้านหลังของวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นสถานที่หนึ่งในโครงการปิดทองหลังพระ ท่องเที่ยวในโครงการพระราชดำริ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

คณะกรรมการบริหาร โครงการปิดทองหลังพระ ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธาน, ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองประธาน จิริกา นุตาลัย ผู้อำนวยการโครงการปิดทองหลังพระฯ มอบหมายให้คณะทำงานนำโดย นฤวร ปันยารชุน คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวโครงการปิดทองหลังพระนำ คณะสื่อมวลชนเข้าไปเยี่ยมชมในบริเวณโซนหมี พบลูกหมีควายกำพร้าพ่อแม่ทั้งหมด 5 ตัว อายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปถูกขังอยู่ในกรงสี่เหลี่ยมตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากขาดงบประมาณในการสร้างคอกถาวร

 

สัตว์ป่าเหล่านั้นส่วนใหญ่หมดสภาพที่ จะกลับคืนสู่ป่าได้แล้ว เพราะเขามีทั้งบาดเจ็บจากบาดแผลหรือถูกกักขังไว้นาน จนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ กว่าตำรวจจะนำหมีมาถึงเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน หมีดำก็อยู่ในสภาพที่กะปลกกะเปลี้ยเต็มทีแล้ว ยิ่งได้รับอาหารการกินด้วยงบประมาณที่แสนจำกัด วันละ 40 บาท/ตัว/คน ราคาใกล้เคียงกับอาหารผู้ต้องขัง อาหารที่จัดให้เป็นปลายข้าวคลุกหัวเผือกหัวมันตับบดผลไม้ตามมีตามเกิด

ขณะนี้ต้องการพ่อแม่อุปถัมภ์หมีทั้งหมด มีการจัดทำระเบียนประวัติหมีทุกตัวรวมทั้งลูกหมีดำที่กำลังโตวันโตคืนไว้ให้ อุปถัมภ์ ค่าอาหารเดือนละ 1,200 บาท เพื่อให้หมีมีวิถีชีวิตดีขึ้น มาถ่ายรูปและมาชมหมีดำที่อุปการะได้ทุกวัน หากพ่อแม่อุปถัมภ์ใจดีจะอุปการะอย่างอื่นในการสร้างกรงขัง คอกธรรมชาติ เพื่อหมีเหล่านี้มีสุขภาพสมบูรณ์จะได้นำไปปล่อยในป่าธรรมชาติดังพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"หมีควายที่ชื่อเจ้าขุน เป็นหมีที่เจษฎาภรณ์ ผลดี ไปทำรายการโทรทัศน์ navigator ที่จังหวัดน่าน เจอหมีอยู่ในคอกจึงเอามาฝากเลี้ยงไว้ที่นี่เพื่อวันหนึ่งจะได้กลับไปอยู่ป่า ในวันข้างหน้า ติ๊กบริจาคเงิน 1 แสนบาท เพื่อสร้างคอกให้หมีรวมกันอยู่ แต่งบฯหมดแล้วสร้างได้แต่กำแพง ต้องการงบฯเพิ่มอีก 1.5 แสนบาท ประชาชนอยากร่วมสร้างบ้านหมีสามารถติดต่อมาได้เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน ตู้ ปณ.11 ไปรษณีย์บ้านอำเภอ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 20250" หัวหน้าสถานีเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอนและเจ้าหน้าที่ช่วยกันเล่าถึง ประชากรหมีที่มีมนต์เสน่ห์ให้ทุกคนช่วยกันเลี้ยงดู

ปริมาณสัตว์ป่ามีมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันข้อจำกัดของเงินงบประมาณและจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ไม่เพียงพอในการ ดูแลสัตว์ภายในสถานี สถานีเหล่านี้จะพัฒนาเป็นสวนสัตว์เพื่อหารายได้ก็ไม่ได้เพราะไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานีด้วย ให้เป็นสถานีการเรียนรู้และวิจัยสัตว์ป่าเฉพาะชนิดเปิดให้นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้จัดกิจกรรมค่ายเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งน่าจะสามารถหางบประมาณด้านการวิจัยเข้ามาช่วยได้

 

แนวคิดโครงการพ่อแม่บุญธรรมสัตว์ป่า เพื่อให้คนที่รักสัตว์ได้มีโอกาสบริจาคเงินหรืออาหารเล็กๆ น้อยๆ คล้ายๆ ที่เราดูแลเด็กกำพร้าซึ่งผู้อุปการะก็สะดวกและมีความรู้สึกเสมือนเป็นเจ้าของสัตว์ เพียงแต่ไม่ต้องเลี้ยงเองที่บ้าน แค่เอาฝากทางสถานีดูแลแทน และหากมีโอกาสก็แวะมาเยี่ยมตามเวลาที่เหมาะสม

หากผู้ใด สนใจจะไปด้วยตัวเองขับรถยนต์จากกรุงเทพฯไปตามถนน สุขุมวิท (สายบางนา-ตราด) ผ่านจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 160 เลี้ยวซ้ายประมาณ 8 กิโลเมตร จนถึงวัดญาณสังวรารามฯ ก่อนที่จะถึงเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอนซึ่ง อยู่ด้านหลังของวัด

ข้อมูลโครงการพ่อ-แม่อุปถัมภ์ http://www.dnp.go.th/dnpnews/dadmom_project.asp

 

ที่มาบทความ http://hilight.kapook.com/view/40797

"หลวงพ่อดำ" หรือ "พระสัมพุทธมหามุนีศรีคุณาศุภนิมิต" วัดช่องแสมสาร สัตหีบ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิสูง 5 เมตร มีพระพุทธลักษณะตามอย่างพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะสมัยอยุธยาและอู่ทอง คือพระพักตร์อิ่มเอิบ พระเนตรทอดต่ำลง องค์พระลงรักเป็นสีดำ จึงเป็นที่มาของชื่อ "หลวงพ่อดำ"


"พระสัมพุทธมหามุนีศรีคุณาศุภนิมิต" คือชื่อที่หลวงพ่อดำรง คุณาสโภ ตั้งหลังจากสร้างเสร็จ มีความหมายถึง "พระที่เกิดจากความฝันดี " ตรงตามประวัติการสร้าที่ หลวงพ่อดำรง ได้เล่าว่าสาเหตุที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ เพราะได้ฝันว่า เทพยดาองค์หนึ่งบอกให้ไปสร้างพระพุทธรูปไว้ใกล้ๆ พระเจดีย์เก่าองค์หนึ่ง บนเขาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ซึ่งก็คือบ้านช่องแสมสาร อ. สัตหีบ

ปัจจุบันวัดช่องแสมสารเพิ่งได้รับการฟื้นฟู โดยพระครูวิสารทสุตาการ หรือ พระมหารัตนะ เจ้าอาวาสวัดช่องแสมสาร เนื่องจากพื้นที่ของวัดประสบปัญหาน้ำท่วมขัง เมื่อเวลาฝนตกหนัก จึงได้มีการยกโบสถ์ให้สูงขึ้น 2.5 เมตร ซึ่งทำให้ประชาชนนิยมมาลอดโบวถ์ตามความเชื่อที่ว่า จะพ้นจากภยันตราย ปราศจากสิ่งอัปมงคลทั้งปวง ล้างสิ่งอัปมงคล

นอกจากนี้วัดแสมสารยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นเกาะแสมสาร และสะพานปลาหมู่บ้านชาวประมงแสมสารอีกด้วย

ถ้าใช้เวลาเที่ยวกันจริงๆ เฉพาะในพื้นที่สัตหีบอย่างเดียวก็มีสถานที่ท่องเที่ยวนับสิบแห่ง ในเวลาวันเดียวก็ไม่สามารถ เที่ยวได้ทั่ว

ทุกที่ยังคงอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและธรรมชาติที่สวยงามไว้ได้อย่างดีเยี่ยม การเดินทางโดยขับรถออกจาก กรุงเทพฯ วิ่งมาทางถนนสุขุมวิท ผ่านพัทยา นาจอมเทียน บ้านอำเภอ บางเสร่ ทุกคนจะสังเกตเห็นได้ว่าเข้าเขตทหารเรือ ที่ศูนย์ฝึกทหารใหม่ และโรงเรียนชุมพลทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ลองเลี้ยวขวาเข้าไปดู จะพบกับสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ และสนามกอล์ฟศูนย์ฝึกทหารใหม่ เลยเข้าไปในเขตโรงเรียนชุมพลทหารเรือ (ราว 4 กม.) ตรงผ่านเข้าไปตามป้ายบอกทาง

จะถึง หาดทรายแก้ว ซึ่งมีระยะทางอีกประมาณ 3 กม. จากสโมสรสัญญาบัตรโรงเรียนชุมพลทหารเรือ ผ่านเส้นทางถนนลูกรัง เข้าไป แนะนำให้จอดรถไว้ด้านนอก โดยทางโรงเรียนชุมพลทหารเรือ จัดรถบรรทุกเล็กวิ่งให้บริการนำนักท่องเที่ยวเข้าไปยัง หาดทรายแก้ว ซึ่งสภาพโดยรอบยังคงความสมบูรณ์ตามธรรมชาติอยู่มาก
กลับออกมาตามถนนสุขุมวิทผ่านแยกเจ (ถนนสุขุมวิทตัดกับทางหลวงหมายเลข 332) ด้านขวาจะเป็นกรมสรรพาวุธ ทหารเรือ เลยมาจนถึงทางเข้าทุ่งโปรง เลี้ยวขวาเข้าไปสักอึดใจจะมองเห็นป้าย หาดสอ ทางขวามือเข้าไปจะเห็นหาดทราย ที่สวยงามเหมาะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและความเงียบสงบ มีน้ำทะเลใสและหาดทรายขาว

ผ่านมาแล้วสองหาดขับรถมาตามถนนสุขุมวิทถึงหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน แวะเที่ยว หาดเตยงาม ความงดงามยาม พระอาทิตย์อัสดงไม่ต้องพูดถึง มีคำบอกเล่าถึงจุดสะดือทะเลเป็นฮวงจุ้ยที่ลือลั่น ผู้ที่เชื่อถือจะมาแช่น้ำขอพรกันในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 บริเวณสุดหาดจะมีวงเวียน อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงาม และ พิพิธภัณฑ์ทหาร นาวิกโยธิน ขัยรถตรงไปผ่านสโมสรสัญญาบัตร หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ตรงขึ้นไป เขาแหลมปู่เจ้า เพื่อสักการะเสด็จ กรมหลวงชุมพร ณ ศาลกรมหลวงชุมพร บนเขาแหลมปู่เจ้านี้เป็นจุดหลักที่นักเรียนทหารหรือทหารเรือส่วนใหญ่จะต้องมา สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หากมองลงมาจะเห็นเกาะน้อยใหญ่ของอ่าวสัตหีบ หากทัศนวิสัยดีๆ จะเห็นไปได้ทั่วถึง เกาะแสมสาร การขึ้นไปสักการะทุกคนจะต้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัดคือห้ามถ่ายรูป (ที่ตั้งของท่าเรือ) ทิวทัศน์ใน จุดที่ต้องห้ามต่างๆ เพื่อความปลอดภัยทางทหาร วิ่งรถลงมาทางด้านฐานทัพเรือสัตหีบ จะผ่าน หาดม้าน้ำ ซึ่งอยู่ระหว่าง ซอกเขา เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจอีกแห่งหนึ่งที่สงบเหมาะกับเล็กไม่เกิน 30 - 50 คน การขอใช้ต้องขออนุญาตผ่านทาง ฐานทัพเรือสัตหีบ เมื่อขับรถผ่านหน้ากองบัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ จะเห็น พระอนุสาวรีย์พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองคฺเจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งเป็นพระอนุสาวรีย์แห่งแรกในพื้นที่สัตหีบ สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2509 ออกจากพิ้นที่ฐานทัพเรือสัตหีบแวะ วัดสัตหีบ สักการะ หลวงพ่ออี๋ แล้วมาเข้าถนนสายเลียบทะเลจะพบกับ กิจการอาคารรับรอง สวัสดิการสัตหีบ ซึ่งเป็นที่พักระดับ 4 ดาว มีอาหารอร่อยๆ ไว้คอยบริการ แตในช่วงเวลา High Season ที่พักมักจะเต็มต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือน อาหารอาจจะต้องรอนานหน่อย เที่ยวในเขตทหารเรือจะให้สบายๆ หน่อย ต้องอย่ามาตรงกับหน้าเทศกาลธรรมชาติจะเหลือน้อยเพราะมีผู้คนมาเที่ยวมาก วิ่งเลียบทะเลเรื่อยมาจะพบกับ อ่าวดงตาล เสน่ห์ของอ่าวแห่งนี้อยุ่การเล่นเรือใบและวินเซิร์ฟ ที่นักกีฬาแล่นใบนิยมมาเล่นกันมากมาย มีสโมสรเรือใบ สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ สนามกอล์ฟกองเรือยุทธการ ที่ประชาชนสามารถมาใช้บริการกันได้ในราคาที่ถูกมาก

ตรงมาสุดหาดจะเข้าเขตพื้นที่หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เลยปากประตูจะเห็นทางเลี้ยวขวา ขับรถตรง มานิดเดียวจะเป็นที่ตั้งของ หาดเทียนทะเลอยู่สุดอ่าวสัตหีบ ยามเย็นภาพพระอาทิตย์ตกดินที่นี่สวยงามเป้นอย่างยิ่ง ที่นี่ยังมี สวนป่าชายเลน ที่อุดมสมบูรณ์ จากนั้นกลับมาทางถนนสายหลักมาที่ห้าแยกเลี้ยวขวาไปศูนย์อนุรักษ์พันธุ์แต่าทะเล ท่านจะได้ เห็น อาคารอควอเรียม หลังแรก แวะเข้าไปชมกันสักนิดจะเห็น เต่าทะเลและสัตว์ทะเลในบรรยากาศใต้น้ำ บรรยายเย็นสบาย เพราะเป็นห้องปรับอากาศ ทำให้เดินเที่ยวชมได้อย่างสบาย ท่านที่อยากจะชมมัลติมีเดียเกี่ยวกับวงจรการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เชิญเข้าชมได้ที่ห้องบรรยายในอาคารหลังติดๆ กัน นอกจากนี้หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ยังมีสถานที่ ท่องเที่ยวที่อยู่ในความดูแลอีกที่หนึ่ง คือ เกาะไผ่ ซึ่งมีน้ำทะเลใส หายทรายขาว น่าเที่ยวมากน้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้เข้าไป สัมผัส ขอพาท่านนักท่องเที่ยวออกทางประตูหลังหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (ประตูด้านทางรถไฟ) มาเจอ ทางหลวงหมายเลข 331 เลี้ยวขวามาเข้าท่าเรือจุกเสม็ดเพื่อไปชม เรือหลวงจักรีนฤเบศร แต่ก่อนจะไปชมเรือหลวงจักรีฯ เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ลำแรกของประเทศไทย ด้านซ้ายก่อนจะถึงประตูทางเข้าท่าเรือจุกเสม็ด (ตรงข้ามทางเข้า อู่ราชนาวี มหิดล อดุลยเดช) จะมีทางแยกมายัง หาดนางรำ หาดที่มีน้ำทะเลใส หาดทรายขาว ท่านที่มาในวันหยุดจะเห็นว่ามีประชาชน มาใช้บริการกันมากมาย

ออกจากหาดนางรำมาชมเรือกลวงจักรีนฤเบศรและเรือหลวงสิมิลัน ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมัน (เรือส่งกำลังบำรุงขนาดใหญ่) หากท่านชอบการนั่งเรือระยะสั้นๆ เพื่อชมธรรมชาติ หลังจากกลับจากการชมเรือลองเลยเข้าไปใน แสมสาร เพื่อล่องเรือที่ท่า เขาหมาจอ บริเวณพื้นที่ของหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ สำรองที่นั่งเรือผ่าน กองกิจการพลเรือน กองเรือป้องกันฝั่ง นั่งเรือไปชมปะการังที่ อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม ที่นี่จะมีเรือท้องกระจกให้ชมปะการังและดอกไม้ทะเล สวยงาม มีหน้ากากดำน้ำไว้ให้บริการ มีจุดพักชมวิวบนเขา และในช่วงระยะหลังมานี้ได้ยินว่ามีลานหินวิเศษที่เดินเหยียบแล้ว หายปวดหายเมื่อย กลับจากเที่ยวชมทะเลที่เกาะขาม ถ้าได้เวลาอาหารเย็นพอดีก็สามารถเลือกหาทานกันได้ที่สโมสรของหน่วย ทหารเรือละแวกนั้นได้ครับ มีทั้งสโมสรหาดน้ำหนาว ของกรมก่อสร้างและพัฒนา สโมสรของ กรม ร.1 ในค่าย พระมหาเจษฎาราชเจ้า (กอง พล.นย.) สโมสรกองเรือป้องกันฝั่ง ทุกที่มีอาหารอร่อยๆ ไว้คอยบริการ ขับรถออกมาที่ทางหลวง หมายเลข 331 ก่อนถึงโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จะมีทางเข้า การท่าอากาศยานอู่ตะเภา เลี้ยวเข้าไปดูว่าใน กองการบินทหารเรือมีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง ที่นี่ท่านจะได้พบกับ หาดนภาธาราภิรมย์ และห้องพักรับรองซึ่งดัดแปลงจาก เครื่องบินที่ปลดประจำการ ที่นี่บรรยากาศสุดยอดเช่นกันครับ

ออกจากกองการบินทหารเรือ ขากลับกรุงเทพฯ อย่าลืมแวะถวายสักการะ พระราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏ- เกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ที่กิโลเมตรที่ 6 ซึ่งพระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงแก่กองทัพเรือ ที่ได้ ทรงพระราชทานที่ดินให้เป็นที่ตั้งหน่วยงานต่างๆ ของกองทัพเรือในพื้นที่สัตหีบ จนเป็นผลให้กิจการกองทัพเรือเาจริญ ก้าวหน้าตราบจนทุกวันนี้

สถานที่ท่องเที่ยวเขตทหารเรือในพื้นที่สัตหีบ ปัจจุบันยังไม่ค่อยแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวมากนัก จึงยังคงความ สวยงามตามธรรมชาติไว้อย่างครบถ้วน พน่วยงานเจ้าของพื้นที่ได้คงความเป็นธรรมชาติไว้มากที่สุด ก็ขอเชิญชวน นักท่องเที่ยวและครอบครัว มาใช้บริการสถานที่ท่องเที่ยวในเขตทหารเรือพื้นที่สัตหีบกันนะครับ...

สุดท้ายต้องขอเรียนให้นักท่องเที่ยวทราบว่าที่หยิบยกมาเป็นตัวอย่างให้ได้ทราบนั้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ในเขตทหารเรือพื้นที่สัตหีบเพียงบางส่วนเท่านั้น ยังคงมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายหลายที่ในหน่วยงานต่างๆ ของกองทัพเรือ ที่ยังกล่าวไม่หมด...

 

ที่มา http://www.navy.mi.th/sattahipbase/tour/tour_sattahip_center_1.php

เกาะเกล็ดแก้วห่างจากชายฝั่งของอ่าวสัตหีบ ประมาณ 1,000 เมตร อยู่ในความดูแลของโรงเรียนชุมพลทหาร เรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ

พื้นที่รอบเกาะเป็นโขดหิน ปลายด้านนอกของเกาะมีหินก้อนใหญ่มีรูอยู่ จะมองเห็นเวลาน้ำลงสุด นักตกปลามักจะเรียกว่า "รูรี รูกลม" ซึ่งนักตกปลาชอบมาตกปลาบริเวณนี้ เนื่องจากมีปลาที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ ปลาโฉมงาม ปลาสาก ปลาโรนัน ปลากระเบน และปลากะพงหมูสี ลักษณะของพื้นท้องทะเลรอบๆเกาะจะเป็นแนวปะการัง สามารถดำน้ำดูความสวยงามของปะการังน้ำตื้นได้

นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของลิงแสมป่าจำนวนนับพันตัว ลิงแสมทะเลไม่ดุร้าย ไม่กัด ไม่แย่งอาหาร เมื่อนักท่องเที่ยวมาให้อาหารมักจะขึ้นไปอยู่บนศีรษะ บนบ่า สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนอย่างมาก ภาพแม่ลิงพาลูกลิงเล่นน้ำ ว่ายน้ำ ดำน้ำหาอาหารทะเล เป็นการฝึกให้ลูกลิงรู้จักการดำรงชีวิตในทะเล เนื่องจากที่อยู่อาศัยเป็นเกาะ ทำให้ลิงต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งที่บนเกาะไม่มีอาหาร หรือในช่วงมรสุมที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถมาที่เกาะได้

โรงเรียนชุมพลทหารเรือจึงมีโครงการช่วยเหลือลิงแสมบนเกาะแห่งนี้ ด้วยการจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิง อนุรักษ์ ด้วยการให้นักท่องเที่ยวช่วยกันนำกล้วย มะพร้าว หรือผลไม้อื่นๆมาปลูกบนเกาะ เพื่อเป็นอาหารของลิง พร้อมกับควบคุมประชากรลิงด้วยการทำหมัน

ส่วนการเดินทางไปเกาะเกล็ดแก้ว สามารถติดต่อเรือได้ที่บริเวณชายฝั่งอ่าวสัตหีบ

หาดเทียนทะเล เป็นชายหาดอีกแห่งหนึ่งในพื้นที่สัตหีบ ซึ่งหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ. รฝ.)เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ หาดเทียนทะเลเป็นหาดทรายสลับโขดหิน มีพื้นที่ยาวประมาณ 900 เมตร มีจุดชมวิวได้ในมุมกว้าง และสามารถชมอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้สวยงาม เนื่องจากชายหาดหันหน้าสู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ริมหาดร่มรื่นไปด้วยทิวสนต มีพันธุ์ไม้ทะเลหลากหลายชนิดให้ศึกษา หน้าผารูปทรงแปลกตา  พร้อมร้านบริการเครื่องดื่มและอาคารอเนกประสงค์ ;เรือนโพธิทะเล สามารถจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ได้ถึง 50 ท่าน มีเตียงผ้าใบและเรือคยัค บริการสำหรับท่านที่ต้องการนอนพักผ่อน

ลักษณะของการท่องเที่ยว น่าจะเป็นการท่องเที่ยวในรูปแบบการปิคนิคพักผ่อนของครอบครัว เพราะชายหาดแห่งนี้เป็นชายหาดสลับกับโขดหิน ซึ่งอาจเล่นน้ำได้เพียงบางช่วงของหาดเท่านั้น เหมาะแก่การพาครอบครัวมาเปลี่ยนบบรรยากาศ รับประทานอาหารริมทะเลมากกว่า

หาดนางรำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวบรรยากาศชาย ทะเลที่สวยงาม มีชายหาดทรายละเอียดและน้ำทะเลใสสะอาดแห่งหนึ่งของสัตหีบ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้มาสัมผัส นอก จากทัศนียภาพที่สวยงามแล้ว หาดนางรำยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสโมสรบริการอาหาร เครื่องดื่ม โดยเฉพาะอาหารทะเลสด ๆ รสชาติเยี่ยม ราคาเป็นกันเอง อาคารพักรับรอง ทั้งห้องปรับอากาศและธรรมดา และพื้นที่สำหรับผู้ที่ชอบบรรยากาศกางเต็นท์เป็นหมู่คณะและส่วนตัว และสามารถแวะเข้าเยี่ยมชมเรือหลวงจักรีนฤเบศร
ก่อนเดินทางกลับอีกด้วย

อ่าวนาวิกโยธินเป็นอ่าวเปิดสู่อ่าวไทย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
ทิศเหนือติดกับทิวเขาหาดสูงทิศตะวันออกเป็นที่ราบเรียกว่า"ทุ่งไก่เตี้ย" กับ " หนองไก่เตี้ย " ซึ่งมีน้ำตลอดปี ทิศใต้ติดกับทิวเขาปู่เจ้า (เขาคลองสัตหีบ)

ชายหาดบริเวณก้นอ่าว เป็นหาดทรายสะอาดค่อยๆลาดลง ก้นอ่าวมีเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่ง ชื่อเกาะไก่เตี้ย (เดิมชื่อเกาะหลักไก่)

นอกจากจะชื่ออ่าวนาวิกโยธินแล้ว ยังถูกเรียกชื่ออื่นอีก เช่น อ่าวเตยงามบ้าง อ่าวทุ่งไก่เตี้ยบ้าง อ่าวตากันบ้าง...

"หาดทรายแก้ว” มีความยาวประมาณ ๑,๗๐๐ เมตร
เป็นหาดทรายปนปะการัง ลักษณะเม็ดทรายละเอียดขาวอันเกิดจากการทับถมของทรายและปะการัง คล้าย หาดในฝั่งทะเลอันดามัน น้ำทะเลใสสะอาด มีพันธุ์ไม้ธรรมชาติขึ้นอยู่หลากหลายชนิด

ภูมิประเทศรายรอบด้วย ภูเขา มีป่าละเมาะซึ่งยังคงสภาพสมบูรณ์ มีพื้นที่ราบหลังหาดประมาณ ๑๐๐ ไร่ ซึ่งพบมีร่องรอยของเตาเผาถ่านเก่าโบราณอยู่จำนวน ๘ เตา

หาด ทรายมีลักษณะไม่ลาดชัน พื้นท้องทะเลเป็นทรายปนปะการังและหาดหิน ถือเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การ ท่องเที่ยว ดำน้ำและพักผ่อนหย่อนใจอีกแห่งหนึ่งในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

สโมสรเรือใบในบริเวณอ่าวดงตาลให้บริการสำหรับ ข้าราชการ ลูกจ้าง รวมถึงบุตรหลานและประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่มาขอใช้บริการ ได้สัมผัสกับกีฬาเรือใบ

 

ระเบียบการใช้บริการสโมสรเรือใบ กองเรือยุทธการ เพื่อให้การปฏิบัติในการบริการ ของสโมสรเรือใบ กร.เป็นไปด้วยความเรียบร้อยจึงกำหนดไว้ดังนี้
1. สมาชิกสโมสรเรือใบ กร. คือบุคคลที่ขอใช้บริการในสโมสรเรือใบ กร.แบ่งได้ 2 ประเภทดังนี้

1.1 สมาชิกประจำ คือผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกสโมสรเรือใบ กร.โดยเสียเงินบำรุงกิจการ ฯ เป็นรายปี ดังนี้

1.1.1 คณะกรรมการบริหารสมาคมแข่งขันเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ , คณะอนุกรรมการเรือใบ ทร.และ กร.

1.1.2 นักกีฬาเรือใบทีมชาติไทย และนักกีฬาเรือใบทีม กร.

1.1.3 ข้าราชการ ลูกจ้าง สังกัด ทร.และครอบครัว ปีละ 500 บาท

1.1.4 บุคคลอื่นๆ ที่มีนายทหารสัญญาบัตร สังกัด ทร.รับรอง ปีละ 1,000 บาท

1.2 สมาชิกชั่วคราว คือผู้ที่มิได้สมัครเป็นสมาชิกประจำ และมีความประสงค์ขอใช้บริการของกิจการ ฯ ดังนี้

1.2.1 ข้าราชการ ลูกจ้าง สังกัด ทร. และครอบครัว

1.2.2 แขกของสมาชิกตามข้อ 1.1 และ 1.2.1

2. การให้บริการของสโมสรเรือใบ กร. สโมสรเรือใบ กร.เปิดให้บริการเช่าเรือใบ / กระดานโต้ลม ดังนี้

2.1 เวลาเปิดบริการ วันราชการ ตั้งแต่ 1630 - 1830 (วันพุธตั้งแต่ 1130) วันหยุดราชการ ตั้งแต่ 0900 - 1830

2.2 จัด จนท.ยกเรือ, เตรียมเรือ และครูฝึก/ควบคุม การแล่นใบ

2.3 อุปกรณ์ประกอบการแล่นใบ ตลอดจนเครื่องชูชีพ

3. อัตราค่าบริการ/ลำ (ครั้งละไม่เกิน 2 ชั่วโมง)

3.1 สมาชิกตามข้อ 1.1.1 เสียค่าบริการครั้งละ 100 บาท

3.2 สมาชิกตามข้อ 1.1.2 เสียค่าเช่าเรือครั้งละ 100 บาท ค่าบริการ 100 บาท

3.3 ค่าครูฝึก ครั้งละ 200 บาท/ลำ

3.4 ค่ามัดจำ ครั้งละ 200 บาท (คืนเมื่อนำส่งเรือเรียบร้อย)

4. การปฏิบัติของผู้ใช้บริการ

4.1 เขียนคำขอใช้บริการตามแบบฟอร์ม พร้อมชำระเงิน และแสดงบัตรประจำตัวต่อเจ้าหน้าที่สโมสรเรือใบ กร.

4.2 ต้องว่ายน้ำเป็น และสวมเครื่องชูชีพทุกครั้ง

4.3 ก่อนรับอุปกรณ์ ต้องตรวจสอบสภาพความเรียบร้อยและจำนวนให้ถูกต้อง

4.4 การนำส่งอุปกรณ์ แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อตรวจสอบสภาพหลังการเล่น พร้อมทั้งชำระค่าเสียหาย (ถ้ามี)

4.5 ห้ามแล่นใบออกนอกรัศมี 2 ไมล์ จากสโมสรเรือใบ กร. (ถ้ามีความประสงค์ดังกล่าว ให้แจ้ง จนท.ควบคุมทราบล่วงหน้า)

4.6 รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อตนเอง หรือต่อผู้อื่น ที่ตนเองเป็นผู้กระทำ และไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสโมสรเรือใบ กร.

4.7 ปฏิบัติตามคำแนะนำของ จนท.ควบคุม โดยเคร่งครัด